งานนมัสการพระธาตุพนมประจำปี 2551
ระหว่างวันที่ 14 - 22 กุมภาพันธ์ 2551 (รวม 9 วัน 9 คืน)

 

       วัดพระธาตุพนม  กำหนดจัดงาน  “ เทศกาลนมัสการพระธาตุพนม ” ประจำปี 2551 ในระหว่างวันขึ้น 8 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ  เดือน3   ตรงกับวันที่14 – 22 กุมภาพันธ์ 2551  รวม 9 วัน  เพื่อให้พุทธศาสนิกชน เดินทางมานมัสการ พระธาตุพนม ที่ถือเป็นประเพณีปฏิบัติ สืบทอดมาเป็นเวลาช้านาน   โดยมีพิธีบำเพ็ญกุศล  นมัสการพระธาตุพนมทุกวัน   ในภาคกลางคืนมีการบรรยายธรรมะและความรู้ด้านพระพุทธศาสนา เวลา18.00น. – 22.00น., และประกอบพิธีเวียนเทียน รอบองค์พระธาตุพนม ระหว่างเวลา19.00น. – 20.00น., การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น จากสถานศึกษาต่างๆ แสดงให้ประชาชน  ชมฟรีทุกคืน  ณ  เวทีกลาง, วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 08.00น. ก่อนพิธีเปิดงาน จัดให้มีพิธีอัญเชิญพระอุปคุต จากริมฝั่งแม่น้ำโขง  เข้ามาวัดพระธาตุพนม  และประกอบพิธีถวายข้าวพีชภาค  และเริ่มเปิดงานในเวลา14.00น. ณ ศาลาตรีมุขกาญจนาภิเษก วัดพระธาตุพนม โดย พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน,  เนื่องจากแต่ละวัน จะมีพุทธศาสนิกชนจากประเทศไทย  เดินทางมากราบนมัสการพระธาตุพนม ทั่วประเทศ วันละนับแสนคน  พร้อมทั้ง พุทธศาสนิกชน จาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เดินทาง มาร่วมงาน   วัดพระธาตุพนมได้จัดสถานที่ อำนวยความสะดวก ในด้านที่พัก รอบวิหารคด  กุฎิ  ศาลาวัด  อาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรม  อาคารเรียนของมหาวิทยาลัยสงฆ์   และจัดสร้างห้องน้ำ – ห้องสุขา  เพิ่มขึ้น ทุกด้านของวัด เพื่อบริการประชาชน  โดยไม่เก็บค่าบริการ  และนอกจากนี้ บริเวณชุมชนนอกวัด มีสถานที่พัก ตาม  โรงแรม  รีสอร์ต   โฮมสเตร์  โดยเก็บค่าที่พักในราคาถูก,  สำหรับการเดินทางข้ามไป – มา ของประชาชนไทย – ลาว  2 ฝั่งแม่น้ำโขง ในช่วงการจัดงาน นมัสการพระธาตุพนม ทั้ง9วัน  เจ้าหน้าที่ ฝ่ายไทย และ ลาว  ตกลงเห็นชอบให้ข้ามไป – มา ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย   พร้อมทั้งอำนวยความสะดวก ในด้านความปลอดภัย ในการเดินทาง, ในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย  จังหวัดนครพนม ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจากอำเภอต่างๆ มารักษาความปลอดภัย  พร้อมด้วย  เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง,  สารวัตรทหารจากจังหวัดทหารบกนครพนม, หน่วยเรือ นรข., ตชด, หน่วยเรือตำรวจน้ำ, วันละไม่น้อยกว่า 400 คน,   และจัดเจ้าหน้าที่พยาบาล มาให้การมาดูแล ให้การพยาบาล เมื่อมีประชาชนป่วยเจ็บ  

 
 

 

งานนมัสการพระธาตุพนม

               งานนมัสการพระธาตุพนมเป็นประเพณีที่ถึอปฏิบัติต่อเนื่องกันมาแต่โบราณกาล จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ไรมาชาวพุทธในลุ่มแม่น้ำโขง เมื่อถึงเดือน 3 ข้างขึ้น จะพากันหลั่งไหลมานมัสการกราบไหว้บูชาไปจนตลอดสิ้นเดือน โดยมีความเชื่อถือชนิดฝังใจสืบทอดกันมานานว่า “ถ้าใครมีโอกาสมาแสวงบุญที่พระธาตุพนมด้วยศรัทธา จิตใจสงบเย็น เวลาตายแล้วจะได้ไปสู่สวรรค์” ดังนั้น จึงได้พากันพยายามมาแสวงบุญในจุดนี้ให้ได้ ในชั่วชีวิตหนึ่งได้มาครั้งหนึ่งก็ยังดีกว่าไม่มาเลย
            งานนมัสการปีนเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 ซึ่งตรงกับขึ้น 10 ค่ำเดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำเดือน 3 รวม 7 วัน 7 คืน ฯพณฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน
            ในงานนมัสการองค์พระธาตุพนมมีจุดสนใจหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เราไม่ได้เก็บมาคิดกัน เป็นเพราะแต่ละคนไม่ให้ความสนใจในสิ่งที่เป็นแกนของงานมากนัก มากราบไหว้ก็สักแต่ว่ามาโดยเชื่อตามๆ กัน มีคนแก่คนเฒ่าเล่าให้ฟังแต่สมัยโบราณ ในกลุ่มของวัยรุ่นคงจะมาด้วยความสนุกแสงสีเสียงของงาน แต่ไม่รู้ถึงประวัติความเป็นของงาน จุดสนใจของงานคือ การแสวงบุญของผู้มาเที่ยวงานนมัสการองค์พระธาตุพนม หน่วยรับบริจาคของทางวัด และสถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจ ที่สำคัญงานนมัสการพระธาตุพนมเป็นศูนย์รวมผู้คนต่างสารทิศนับเรือนแสนแต่ละวันและต่างวัยต่างอาชีพ ถ้าจะให้ถามความคิดเห็นในด้านความเชื่อ สังคม และวัฒนธรรม ต่อองค์พระธาตุพนม เชื่อแน่ว่าต่างคนก็ต่างความคิด แต่ผู้เขียนเองก็พยายามรวบรวมจุดสำคัญๆ มาไว้ในเนื้อหานี้จะได้ยกมาอธิบายเป็นข้อๆ ไป

. ความเชื่อถือแต่โบราณ
             ในสมัยโบราณ บรรดาชาวพุทธในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และในประเทศลาวเชื่อถือสืบ ๆ กันมาว่า ถ้าใครมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระธาตุพนมอันศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญกุศลถวายเครื่องสักการะบูชา บริจาคทรัพย์ สวดมนต์ ท่องบ่น สาธยายคัมภีร์พระธรรมและเจริญเมตตาภาวนาเฉพาะหน้าองค์พระธาตุพนม จิตใจจะสงบเยือกเย็นอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งถ้ายังไม่บรรลุนิพพานในชาตินี้ เมื่อตายแล้ววิญญาณก็จะได้ไปสู่สวรรค์ เพราะฉะนั้น ด้วยพลังของความเชื่อดังกล่าวนี้ ได้ผลักดันให้พยายามขวนขวายหา เพื่อบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์เท่าที่สามารถจะทำได้ พวกชาวพุทธในถิ่นนี้ถือกันว่าองค์พระธาตุพนมไม่เพียงแต่จะเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้าเมื่อยังทรงพระชนม์อยู่ ได้ทรงเสด็จมาประทับแรมอยู่หนึ่งราตรี ซึ่งเรื่องนี้กล่าวไว้ไนตำนานพระธาตุพนม
             ความเชื่อดังกล่าวนี้ เข้าใจได้รับอิทธิพลมาจากแนวความคิดเห็นเรื่องสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ตามที่กล่าวไว้ในมหาปรินิพพานสูตร ซึ่งเป็นคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ตอนพระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ ซึ่งเป็นศิลย์สาวกใกล้ชิดพระองค์ว่า "สถานที่ ๔ แห่งซึ่งกุลบุตรกุลธิดาผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในเราตถาคต จะถือเอาสถานที่แสวงบุญก็ได้ คือ
            ๑. สถานที่ประสูติของเราตถาคต
            ๒. สถานที่ตรัสรู้พระอนุตตระสัมมาสัมโพธิญาณ
            ๓. สถานที่แสดงปฐมเทศนา และ
            ๔. สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน
           อีกประการหนึ่ง พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสยืนยันว่า พระสถูปเจดีย์อันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์ ก็ถือว่าเป็นปูชนียสถานเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น พวกชาวพุทธจึงถือว่าผู้มีศรัทธาทำบุญต่าง ๆ ในบริเวณสถานที่ดังกล่าวนี้ ย่อมได้ผลานิสงฆ์มากเหมือนกัน
 

พระธาตุพนมกลายเป็นจุดรวมแห่งการแสวงบุญ




 

           ในกรณีของพระธาตุพนมก็เหมือนกับปูชนีสถานในประเทศอื่น ๆ ที่นับถือพระพุทธศาสนา คือ ได้ดัดแปลงรูปแบบแห่งการเคารพบูชาจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในจำนวน ๔ แห่ง ซึ่งได้แก่สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ในความหมายว่า พระบรมสารีกขธาตุและส่วนที่เหลืออื่น ๆ ของพระพุทธเจ้า เป็นสื่อแทนพระองค์ในความรู้สึกของผู้มีศรัทธา ดังนั้น พระสถูปเจดีย์ซึ่งเป็นที่บรรจุบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า พร้อมส่วนที่เหลืออื่น ๆ จึงถือเป็นจุดรวมแห่งการแสวงบุญอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธ

          นับตั้งแต่ที่เชื่อถือกันว่าพระธาตุพนมเป็นสถานที่อันควรแก่การแสวงบุญอันศักดิ์สิทธิ์ ของชาวพุทธแล้ว บรรดาชาวพุทธผู้มีจิตศรัทธาจากทุกสารทิศทั่วประเทศทั้งไทยและลาว ต่างก็ได้หลั่งไหลมาแสวงบุญเป็นจำนวนมากตลอดปี โดยพากันประกอบพิธีทางศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานเทศกาลประจำปีตลอดทั้ง ๗ วัน ๗ คืน ซึ่งมีขึ้นในระหว่างปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ หรือเริ่มจากวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ มีบรรดาชาวพุทธที่มีศรัทธาจำนวนมากชุมนุมกันนมัสการพระธาตุ และบำเพ็ญกุศลอื่น ๆ ซึ่งมีขึ้นภายในบริเวณพระธาตุ เช่น กราบพระธาตุ บูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน ปิดทองเปลว และกล่าวคำนมัสการ เป็นต้น


คำนมัสการพระธาตุพนม


            “ปุริมายะ ทิสายะ, ทักขิณายะ, ปัจฉิมายะ ทิสายะ, อุตตะรายะ ทิสายะ, เหฏฐิมายะ ทิสายะ, อุปะริมายะ ทิสายะ, กะปะณะคิริสมิง ปัพพะเต มหากัสสะเปนะ ฐาปิตัง พุทธอุรังคะธาตุตุง สิระสา นะมามิ”
           “ข้าพเจ้าขอนมัสการพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระอุระของพระพุทธเจ้า ที่พระมหากัสสปเถระได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ภูกำพร้าแห่งนี้ ทางด้านทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศเบื้องบน และทิศเบื้องล่างด้วยเศียรเกล้า”
 

คำนมัสการยอดพระธาตุ


             “เสตะฉัตตัง สุวัณณะระชะตัง ระตะนัง ปะณีตัง พุทธอุรังคะเจติยัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา”
             “ข้าพเจ้าขอนมัสการสุวรรณฉัตรพระพุทธอุรังคเจดีย์ ซึ่งประดับด้วยเพชรพลอยอันประณีตในที่ทั้งปวง”

               ในระหว่างงานเทศกาลตลอด วัน มีการบริจาคเงินบูชาเป็นจำนวนมากอันมีทั้งส่วนบุคคล และส่วนหมู่คณะของนักแสวงบุญ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ
               ประเภทแรก บริจาคโดยหย่อนเงินลงในตู้รับบริจาคเงินแก่พระธาตุ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณลานพระธาตุ และที่ปรำบำเพ็ญบุญ
               ประเภทที่สอง ได้แก่บริจาคต้นเงินแก่พระธาตุ การทำบุญประเภทสุดท้ายนี้ ได้จัดทำโดยคณะผู้มาแสวงบุญ คือ ได้รวบรวมเงินกันคนละเล็กละน้อย จัดทำเป็นต้นเงินขึ้น ๑ ต้น ประดับด้วยธนบัตรชนิดต่าง ๆ เครื่องสักการะ และปัจจัยที่จำเป็นสำหรับพระภิกษุสามเณร เช่น จีวร และยารักษาโรค เป็นต้น จากนั้นก็แห่ต้นเงินหรือที่เรียกกันว่า “ต้นกัลปพฤกษ์” เวียนรอบองค์ประธาตุ ๓ รอบ แล้วหยุดที่ลานพระธาตุในจุดเหมาะสมกับการทำพิธีถวาย จากนั้นพระภิกษุหรือหัวหน้าคณะได้นำกล่าวถวายต้นเงินแก่พระธาตุ ซึ่งมีข้อความดังต่อไปนี้
              “อิมานิ มะยัง ภันเต, กัลละปะรุกขานิ สะปะริวารานิ เจติยัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต เจติโย อิมานิ มะยัง ภันเต กัลปะรุกขานิ ปปฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ”
              “ข้าแต่ท่านผู้เจริญทั้งหลาย พวกข้าพเจ้าทั้งหลายมีศรัทธาได้น้อมนำมาแล้ว ซึ่งต้นกัลปพฤกษ์ (ต้นเงิน) พร้อมทั้งของอันเป็นบริวารเหล่านี้ เพื่อประโยชน์ และความสุขของข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ)
 

ภาพบรรยากาศงานนมัสการพระธาตุพนมประจำปี 2551





ดูภาพบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่นี่
 

รายการแสดงงานนมัสการพระธาตุพนม

 

 


© Copyright 2004-2006, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
Email : webmaster@thatphanom.com  Msn : weerasak_s@windowslive.com  โทรศัพท์. : 08-6668-2554

web log free
View My Stats