ประวัติความเป็นมา

ตำนานพระอุรังคธาตุ

องค์พระธาตุพนมบรมเจดีย์
วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
สถูปอิฐพระธาตุพนมองค์เดิม
ลูกพระธาตุพนม
ข้าโอกาสพระธาตุพนม
เจ้าเฮือน ๓ พระองค์
พญานาคผู้รักษาพระธาตุพนม
อภินิหารขององค์พระธาตุพนม
การเสียค่าหัว,ถวายข้าวพีชภาค
ประวัติการบูรณะปฏิสังขรณ์

สถานที่สำคัญภายในวัด

พระธาตุพนมจำลอง

พระอุโบสถ
วิหารหอพระแก้ว
วิหารคตรอบองค์พระธาตุ
หอบูชาข้าวพระ
วิหารหอพระพุทธไสยาสน์
เสาหลักสิลาเสมา
สระน้ำมูรธาภิเษก
สถูปอิฐพระธาตุพนมองค์เดิม
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีฯ
โรงเรียนพระปริยัติธรรม
วิทยาลัยสงฆ์นครพนม
สังคมและวัฒนธรรม
อำเภอธาตุพนม
จังหวัดนครพนม
อาณาจักรศรีโคตรบูร
เมืองมรุกขนคร
ประเพณีไหลเรือไฟ
งานนมัสการพระธาตุพนม
ประเพณีแข่งขันเรือยาว
การรำบูชาถวายพระธาตุ
ประเพณีแสกเต้นสาก
ประเพณีโส้ทั้งบั้ง
เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน
นิทานก้อม
เผ่าไทยในนครพนม
พิธีเหยาชาวกะเลิง
พิธีบายศรีสู่ขวัญ
ภูมิปัญญาอีสาน 
ภาษาอีสาน
อาหารการกินของคนอีสาน
ฮีตสิบสองครองสิบสี่
นิทานชาดก
ภูริทัตชาดก
มโหสถชาดก
วิทูรชาดก
เวสสันดรชาดก
สุวรรณสามชาดก
เสนกบัณฑิต
เนมิราชชาดก
จันทชาดก
ชนกชาดก
เตมียชาดก
นารทชาดก
ชนเผ่าของภาคอีสาน
ไทยอีสาน
ผู้ไทย
ไทยข่า
ไทยกะโซ่
ไทยกะเลิง
ไทยแสก
ทยย้อ
ไทยกุลา

วันสำคัญต่าง ๆ

วันขึ้นปีใหม่
วันเด็ก
วันครู
วันมาฆบูชา
วันอนุรักษ์มรดกไทย
วันสงกรานต์
วันผู้สูงอายุ
วันครอบครัว
วันฉัตรมงคล
วันวิสาขบูชา
วันต่อต้านยาเสพติด
วันอาสาฬหบูชา
วันเข้าพรรษา
วันแม่
วันพ่อ
วันลอยกระทง
 
























 






















 
 
 

การรำบูชาถวายพระธาตุ

ตำนานพระธาตุพนม
       พระธาตุพนมเป็นสถูปเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุสมเด็จพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า  ตั้งอยู่  ณ  วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร  ซึ่งจากตำนานอุรังคธาตุกล่าวไว้ว่า  มีการนำเอาพระอุรังคธาตุ (พระธาตุหัวอก) ของพระพุทธเจ้า  มาประดิษฐานไว้ที่ภูกำพร้า  โดยได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในองค์พระธาตุพนม  ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมการก่อสร้างแบบเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม  สูง  53.60  เมตร  แลดูสง่างาม  และได้มีการบูรณะเรื่อยมาจนครั้งสุดท้ายสำเร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่  21  มีนาคม  2522
         จากอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์และตำนานโบราณต่างแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญทางศาสนาของดินแดนแห่งนี้  แม้ตะไม่มีผู้ใดสามารถยืนยันถึงความรุ่งโรจน์อันยาวนานที่แท้จริงได้  ปัจจุบันองค์พระธาตุพนมนี้  นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะ  และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธสาสนิกชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ  ตลอดมา
 

 
 

 
รำตำนานพระธาตุพนม
 เป็นการรำบูชาพระธาตุพนมที่ปรับปรุงมาจากการฟ้อนรำแห่กองบุญ  ในเทศกาลนมัสการองค์พระธาตุพนม  ได้นำเอาบทสวดสดุดีองค์พระธาตุพนม  ทำนองสรภัญญะ  มาประกอบกับวงดนตรีมโหรี ซึ่งกล่าวถึงตำนานและความพิสดารขององค์พระธาตุพนม
         การรำชุดนี้แสดงครั้งแรกในงานสมโภชพระธาตุองค์ใหม่  เมื่อ  พ.ศ.  2522 ถือเป็นเอกลักษณ์ใช้รำเปิดงานนมัสการองค์พระธาตุพนมทุกครั้งต่อมาจนถึงปัจจุบัน  และได้นำมารำบูชาถวายพระธาตุพนมประจำปีในเทศกาลไหลเรือไฟของจังหวัดนครพนมตั้งแต่  พ.ศ.  2530  เป็นต้นมา
 
รำศรีโคตบูรณ์
              นครพนม  คือ  อาณาจักรศรีโคตบูรณ์ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากในอดีตกาล  รำชุดนี้เป็นรำประจำจังหวัดนครพนม  จึง
             ได้ชื่อว่า  "รำศรีโคตบูรณ์" เพื่อกระตุ้นให้ระลึกถึงความเจริญทางด้านศิลปะวัฒนธรรมของศรีโคตบูรณ์ในสมัยก่อนสำหรับท่ารำผสมผสานระหว่างรำเซิ้งกับรำภูไท  บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ท่ารำของชาวอีสาน  คือ  ยกสูง  ก้มต่ำ  รำกว้าง  มีความกลม กลืนระหว่างท่ารำกับดนตรีพื้นเมืองอีสานอย่างสมบูรณ์ยิ่ง
 
รำไทญ้อ
       "ไทญ้อ" เป็นชนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในเขตอำเภอท่าอุเทน  นาหว้า  และโพนสวรรค์  โดยปกติการรำไทญ้อจะ
บในเทศกาลสงกรานต์ในช่วงเดือนเมษายน  และเทศกาลที่สำคัญ ๆ เท่านั้น
         ในเทศกาลสงกรานต์   ชาวไทญ้อจะมีการสรงน้ำพระในตอนกลางวัน  โดยมีการตั้งขบวนแห่จากคุ้มเหนือไปยังคุ้มใต้ลง
          มาตามลำดับ  ในวันขึ้นตั้งแต่  1  ค่ำเป็นต้นไป  จนถึงวันเพ็ญ  15  ค่ำเดือน 5 ส่วนในตอนกลางคืนหนุ่มสาวชาวบ้านจะจัด
          ขบวนแห้นำต้นดอกจำปา (ลั่นทม) ไปบูชาวัดที่ผ่านไปเริ่มจากวัดใต้สุดขึ้นไปตามลำดับจนถึงวัดเหนือสุดซึ่งจะเป็นคืนสุดท้าย
        เสร็จพิธีแห่ดอกไม้บูชาองค์พระธาตุ  จะเป็นช่วงแห่งการเกี่ยวพาราสี  การหยอกล้ออย่างสนุกสนานของบรรดาหนุ่มสาวชาวไทญ้อ  ดังปรากฏในท่ารำ

 



รำผู้ไท
            คำว่า "ผู้ไท" เป็นชื่อของชนเผ่าหนึ่งที่สืบเชื้อสายมาจากผู้ไท  ซึ่งอยู่ในเมืองวังเขต  ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ปัจจุบันได้ตั้งถิ่นฐานอันมั่นคงอยู่หลายแห่งในจังหวัดนครพนม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อำเภอเรณูนคร  และบางตำบลของอำเภอนาแกและอำเภอธาตุพนม
            การรำผู้ไทเป็นเครื่องบ่งบอกถึงขนบธรรมเนียมประเพณี  ความเชื่อถือ  และวัฒนธรรมของชนผู้ไท ซึ่งมีมาแต่เดิม  ลักษณะและวัตถุประสงค์แห่งการฟ้อนรำมีอยู่  2  ประการ  คือ  รำบูชาหรือถวายพญาแถน  เพื่อขอให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลและขอความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตขอบตนเองและครอบครัว  ประการที่ 2 รำฉลองสมโภชในงานบุญประเพณีประจำปี  เช่น  งานบุญบั้งไฟและงานบุญมหาชาติ
ลักษณะท่าทาง ลีลาการฟ้อนรำ  ตลอดทั้งเครื่องแต่งตัว  เป็นการบ่งบอกถึงการเกี้ยวพาราสีกันระหว่างหนุ่มสาวในงานเทศกาล  นับเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองไม่เหมือนที่อื่น


รำหางนกยูง
            รำหางนกยูงเกิดมาแล้วเวลา  100 ปีเศษ  ใช้สำหรับรำบวงสรวง  สักการะเจ้าพ่อหลักเมืองอันศักดิ์สิทธิ์  เพื่อประทานพรให้มีชัยชนะ  และความแคล้วคลาดจากภยันตรายในการเข้าชิงชัย  ในการแข่งขันต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขัยเรือยาวในเทศกาลออกพรรษา  โดยปกติการรำชนิดนี้จะแสดงท่ารำบนหัวเรือแข่งและรำถวายหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง  และท่ารำได้ดัดแปลงมาจากการรำไหว้ครูของนักรบก่อนออกชิงชัยในศึกสงครามในสมัยก่อน  โดยรำอาวุธตามที่ตนเองฝึกคือการรำดาบ  รำกระบี่กระบอง  เข้าจังหวะกลอง
            ได้มีการดัดแปลงปรับปรุงท่ารำใหม่ ในปี พ.ศ.  2492  ให้ท่ารำมีลีลาอ่อนช้อยเหมือนท่านกยูงรำแพน  ใช้ประกอบกับดนตรีไทยและดนตรีพื้นเมืองได้ตามความเหมาะสม  และได้ถือเป็นท่ารำอันสวยงามที่นำมารำถวายและบูชาองค์พระธาตุพนมอันศักดิ์สิทธิ์ทุกปี

 

 
Thatphanom  Dot Com


© Copyright 2004-2006, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
Email : webmaster@thatphanom.com  Msn : webmaster@thatphanom.com  Mobile : 08-6668-2554

web log free
View My Stats