|
พินัยกรรม
คือ คำสั่งครั้งสุดท้าย
ซึ่งแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินหรือ
กิจการต่าง ๆของผู้ทำพินัยกรรม
เพื่อที่จะเกิดผลบังคับตามกฎหมายในเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย
โดยทำแบบใดแบบหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้
(ป.พ.พ. มาตรา 1646
1648)
แบบของพินัยกรรม
มี 5 แบบ คือ
พินัยกรรมแบบธรรมดา
(ป.พ.พ. มาตรา
1656)
พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ
(ป.พ.พ. มาตรา
1657)
พินัยกรรมทำเป็นเอกสารฝ่ายเมือง
(ป.พ.พ. มาตรา
1658)
พินัยกรรมทำเป็นเอกสารลับ
(ป.พ.พ. มาตรา
1660)
พินัยกรรมทำด้วยวาจา
(ป.พ.พ. มาตรา
1663)
พินัยกรรมทั้ง
5 แบบนี้ ทางอำเภอมีหน้าที่เกี่ยวข้องเพียง
3 แบบ คือ แบบที่ 3
, 4 และ 5 ส่วนแบบที่
1
และแบบที่ 2 ทางอำเภอไม่ต้องเกี่ยวข้อง
[1]
พินัยกรรมแบบธรรมดา
หลักเกณฑ์การทำ
-
ต้องทำเป็นหนังสือ
โดยจะเขียนหรือพิมพ์ก็ได้
(จะเขียนหรือพิมพ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศก็ได้)
-
ต้องลงวัน
เดือน ปี ในขณะที่ทำ
เพื่อพิสูจน์ความสามารถของผู้ทำ
-
ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน
จะลงลายมือชื่อหรือพิมพ์
นิ้วมือก็ได้ แต่จะใช้ตราประทับแทนการลงชื่อหรือเครื่องหมายแกงไดไม่ได้
และพยานที่จะลงลายมือชื่อ
ในพินัยกรรมจะพิมพ์ลายนิ้วมือหรือใช้ตราประทับ
หรือลงแกงได หรือลงเครื่องหมายอย่างอื่นแทนการ
ลงชื่อไม่ได้ จะต้องลงลายมือชื่ออย่างเดียว
-
การขูด
ลบ ตกเติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น
ซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์
เว้นแต่ในขณะ
ที่ขูด ลบ ตกเติม
หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น
ได้ลงวัน เดือน
ปี และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อ
หรือพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน
และพยานอย่างน้อยสองคนนั้นต้องลง
ลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมในขณะนั้น
(ต้องเป็นพินัยกรรมแล้ว)
-
ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้เป็นโรคเรื้อน
(ไม่มีลายนิ้วมือ)
หากมีพยานลงลายมือชื่อรับรองถูกต้องย่อมใช้ไม่ได้
[2]
พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ
หลักเกณฑ์การทำ
-
ต้องทำเป็นเอกสาร
คือ ทำเป็นหนังสือ
โดยจะใช้ภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศก็ได้
-
ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยลายมือของตนเองทั้งฉบับจะพิมพ์ไม่ได้
เพราะฉะนั้นผู้เขียนหนังสือไม่ได้
ไม่สามารถจะทำพินัยกรรมแบบนี้ได้
พินัยกรรมแบบนี้จะมีพยานหรือไม่มีก็ได้
เพราะกฎหมายไม่ได้
ห้ามไว้
-
ต้องลงวัน
เดือน ปี ในขณะที่ทำลงเพื่อพิสูจน์ความสามารถ
และการทำก่อนหลังฉบับอื่น
-
ต้องลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม
จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ
หรือแกงได หรือเครื่องหมายอย่างอื่นไม่ได้
-
การขูด
ลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอื่น
ๆ ซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์
เว้นแต่ผู้ทำ
พินัยกรรมจะได้ทำด้วยมือตนเอง
และลงลายมือชื่อกำกับไว้
-
การขูด ลบ ตก เติม
หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอื่น
ๆ ที่มิได้ทำด้วยตนเอง
หรือลงลายมือชื่อกำกับ
ไว้เท่านั้นที่ไม่สมบูรณ์
ส่วนข้อความเดิมหรือพินัยกรรมยังคงใช้บังคับได้ตามเดิม
ไม่ทำให้โมฆะทั้งฉบับ
[3]
พินัยกรรมทำเป็นเอกสารฝ่ายเมือง
การขอทำพินัยกรรมเป็นเอกสารฝ่ายเมือง
ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องขอให้กรมการอำเภอ
(นายอำเภอ)
อำเภอใดก็ได้ ดำเนินการให้ตามความประสงค์
ดังนี้

แบบฟอร์มพินัยกรรม
หน้า
1
หน้า
2
แบบฟอร์มซอง
ตัวอย่าง
คำอธิบายขั้นตอนการทำพินัยกรรมเป็นเอกสารฝ่ายเมือง
ผู้ทำพินัยกรรม
แจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตนแก่นายอำเภอต่อหน้า
พยานอีกอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน
นายอำเภอจดข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งให้ทราบแล้วนั้นลงไว้
และอ่านข้อความนั้น
ให้ผู้ทำ
พินัยกรรมและพยานฟัง
เมื่อผู้ทำพินัยกรรมและพยานทราบแน่ชัดว่า
ข้อความที่นายอำเภอจดนั้นเป็นการถูกต้องตรงกัน
กับที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งไว้แล้ว
ให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ
ข้อความที่นายอำเภอจดไว้นั้น
ให้นายอำเภอลงลายมือชื่อ
และลงวัน เดือน
ปี จดลงไว้ด้วยตนเอง
เป็นสำคัญว่า พินัยกรรมนั้นได้ทำถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ข้างต้น
แล้วประทับตราตำแหน่ง
ไว้เป็นสำคัญ
-
การทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ไม่จำเป็นต้องทำในที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอเสมอไป
ถ้าผู้ทำร้องขอจะทำนอกที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอก็ได้
เมื่อทำพินัยกรรมเสร็จแล้ว
ถ้าผู้ทำพินัยกรรม
ไม่มีความประสงค์จะขอรับเอาไปเก็บรักษาเองโดยทันทีแล้ว
ให้เป็นหน้าที่ของนายอำเภอจัดเก็บรักษา
พินัยกรรมนั้นไว้ ณ
ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอก็ได้
-
เมื่อความปรากฏว่า
ผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายแล้ว
ผู้จัดการมรดก หรือผู้ได้รับทรัพย์มรดก
โดยพินัยกรรม หรือโดยสิทธิโดยธรรมเป็นจำนวนมากที่สุด
หรือผู้ซึ่งทำพินัยกรรมให้
จะขอรับพินัยกรรม
ไปไว้ โดยแสดงหลักฐานการตายของผู้ทำพินัยกรรม
เมื่อสอบสวนเป็นที่พอใจแล้ว
ให้นายอำเภอมอบ
พินัยกรรมนั้นให้ไป
[4]
พินัยกรรมทำแบบเอกสารลับ

แบบฟอร์มซอง
แบบฟอร์มซองผู้ที่เป็นใบ้ฯ
ตัวอย่าง
คำอธิบายขั้นตอนการทำพินัยกรรมแบบเอกสารลับ
เมื่อมีผู้ประสงค์จะทำพินัยกรรมเป็นเอกสารลับ
ให้ผู้นั้นแสดงความจำนงตามแบบของเจ้าพนักงาน
ยื่นต่อกรมการอำเภอ
(นายอำเภอ) ณ ที่ว่าการอำเภอ
หรือกิ่งอำเภอแล้วปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้
-
ต้องมีข้อความเป็นพินัยกรรมและลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม
-
ผู้ทำพินัยกรรมต้องผนึกพินัยกรรม
แล้วลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก
-
ผู้ทำพินัยกรรมต้องนำพินัยกรรมที่ผนึกนั้น
ไปแสดงต่อนายอำเภอและพยานอย่างน้อย
2 คนและ
ให้ถ้อยคำต่อบุคคลทั้งหมดนั้นว่าเป็นพินัยกรรมของตน
ถ้าพินัยกรรมนั้นผู้ทำพินัยกรรมเขียนเอง
โดยตลอด ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องแจ้งนามและภูมิลำเนาของผู้เขียนให้ทราบด้วย
-
เมื่อนายอำเภอจดถ้อยคำของผู้ทำพินัยกรรม
และวัน เดือน ปี
ที่ทำพินัยกรรมมาแสดงไว้ในซองพับ
และประทับตราประจำตำแหน่ง
แล้วนายอำเภอผู้ทำพินัยกรรม
และพยานลงลายมือชื่อบนซองนั้น
-
บุคคลผู้เป็นทั้งใบ้
และหูหนวก หรือผู้ที่พูดไม่ได้
มีความประสงค์จะทำพินัยกรรมเป็นเอกสารลับ
ก็ได้ โดยให้ผู้นั้นเขียนด้วยตนเองบนซองพินัยกรรมต่อหน้านายอำเภอ
และพยานอย่างน้อย 2
คน ว่า
พินัยกรรมที่ผนึกนั้นเป็นของตน
แทนการให้ถ้อยคำ
-
ถ้าผู้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารลับประสงค์ขอรับไปทันที
ก็ให้นายอำเภอมอบให้ไปได้
โดยให้ผู้ทำ
พินัยกรรมแบบเอกสารลับ
ประสงค์ขอรับไปทันที
ก็ให้นายอำเภอมอบให้ไปได้
โดยให้ผู้ทำพินัยกรรม
ลงลายมือชื่อรับในสมุดทะเบียน
[5]
พินัยกรรมทำด้วยวาจา

แบบฟอร์มพินัยกรรม
หน้า
1
หน้า
2
ตัวอย่าง
คำอธิบายขั้นตอนการทำพินัยกรรมด้วยวาจา
เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ
ซึ่งบุคคลใดไม่สามารถจะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กฎหมายกำหนด
ไว้ได้ เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย
หรือเวลามีโรคระบาด หรือสงคราม
ซึ่งในพฤติการณ์เช่นนี้
ผู้ทำพินัยกรรมไม่อาจหาเครื่องมือเครื่องเขียนได้ทันท่วงที
หรือกว่าจะหาได้ก็ถึงตายเสียก่อน
ผู้ทำ
พินัยกรรมสามารถทำพินัยกรรมด้วยวาจาได้
ดังนี้
-
ผู้ทำพินัยกรรมแสดงเจตนากำหนดข้อพินัยกรรมต่อหน้าพยานอย่างน้อย
2 คน ซึ่งอยู่พร้อมกันณ
ที่นั้น
-
พยานทั้งหมดต้องไปแสดงตนต่อนายอำเภอโดยมิชักช้า
และแจ้งให้นายอำเภอทราบถึงข้อความเหล่านี้
-
-
ข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมได้สั่งไว้ด้วยวาจา
-
-
วัน เดือน ปี สถานที่ที่ทำพินัยกรรม
-
-
พฤติการณ์พิเศษที่ขัดขวางมิให้สามารถทำพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นด้วย
-
ให้นายอำเภอจดข้อความที่พยานแจ้งไว้
และพยานทั้งหมดนั้นต้องลงลายมือชื่อ
ถ้าลงลายมือชื่อไม่ได้
จะลงลายพิมพ์นิ้วมือ
โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรอง
2 คนก็ได้ และความสมบูรณ์แห่งพินัยกรรมนี้
ย่อมสิ้นไป เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่เวลาผู้ทำพินัยกรรมกลับมาสู่ฐานะที่จะทำพินัยกรรมตาม
แบบอื่นที่กฎหมายกำหนดไว้
การตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดก

แบบฟอร์มหนังสือ
ตัวอย่าง
คำอธิบายขั้นตอนการตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดก
ให้ผู้ประสงค์จะตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดก
ให้ผู้นั้นยื่นคำร้องแสดงความจำนงตามแบบ
ของเจ้าพนักงานต่อนายอำเภอ
ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ
การตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดกนั้นอาจทำได้
2 วิธี
1 โดยพินัยกรรม
2 โดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
การตัดทายาทโดยธรรมตามข้อ
1 จะทำตามแบบพินัยกรรมแบบใด
ๆ ก็ได้ โดยระบุตัดทายาทที่ถูกตัดไว้ให้ชัดแจ้ง
การตัดทายาทโดยธรรมตามข้อ
2 นั้น ผู้ทำพินัยกรรมจะทำเป็นหนังสือด้วยตนเอง
แล้วนำไป
มอบแก่นายอำเภอ หรือจะให้นายอำเภอจัดทำไว้ให้ก็ได้
การถอนการตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดก

แบบฟอร์มหนังสือ
หน้า
1
หน้า
2
ตัวอย่าง
คำอธิบายขั้นตอนการถอนการตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดก
ผู้ประสงค์จะถอนการตัดทายาทโดยธรรมของตนมิให้รับมรดก
ซึ่งได้แสดงเจตนาไว้แล้วสามารถกระทำได้ดังนี้
-
ถ้าการตัดมิให้รับมรดกนั้นได้ทำโดยพินัยกรรม
จะถอนเสียได้ก็แต่โดยพินัยกรรมเท่านั้น
-
ถ้าการตัดมิให้รับมรดกได้ทำเป็นหนังสือมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
การถอนจะทำโดย
พินัยกรรม หรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้
การสละมรดก

แบบฟอร์มหนังสือ
หน้า
1
หน้า
2
ตัวอย่าง
คำอธิบายขั้นตอนการสละมรดก
เมื่อมีผู้ประสงค์จะทำการสละมรดก
ให้ทำคำร้องแสดงความจำนงตามแบบของเจ้าพนักงานต่อ
นายอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอ
หรือกิ่งอำเภอ การแสดงเจตนาสละมรดกทำได้
2 วิธี คือ
1.
ทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
ซึ่งอาจทำเอง หรือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำให้ก็ได้
2.
ทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ
การสละมรดกนั้นจะทำแต่เพียงบางส่วน
หรือทำโดยมีเงื่อนไข
หรือมีเงื่อนเวลาไม่ได้
และเมื่อสละแล้วจะถอนไม่ได้
อัตราค่าธรรมเนียม
http://www.dopa.go.th
|
1.
ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองในที่ว่าการอำเภอ
กิ่งอำเภอ
หรือเขต
|
|
ฉบับละ
|
|
50
บาท |
|
ถ้าทำเป็นคู่ฉบับ
|
|
ฉบับละ
|
|
10
บาท |
|
2.
ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองนอกที่ว่าการอำเภอ
กิ่งอำเภอ
หรือเขต
|
|
ฉบับละ
|
|
50
บาท |
|
ถ้าทำเป็นคู่ฉบับ
|
|
ฉบับละ
|
|
20
บาท |
|
3.
ทำพินัยกรรมแบบเอกสารลับ
|
|
ฉบับละ
|
|
20
บาท |
|
4.
ทำหนังสือตัดทายาทหรือถอนการตัดทายาทโดยธรรม
มิให้ได้รับมรดก
|
|
ฉบับละ
|
|
20
บาท |
|
หรือสละมรดก
|
|
|
|
|
|
5.
ค่ารับมอบเก็บรักษาเอกสารที่ระบุไว้ใน
(4) |
|
| |