Warning: include(./theme/menu.html) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/thatphanom/domains/thatphanom.com/public_html/his_phrathatpanom.php on line 170
Warning: include() [function.include]: Failed opening './theme/menu.html' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/thatphanom/domains/thatphanom.com/public_html/his_phrathatpanom.php on line 170
|
|
|
|
|
ประวัติองค์พระธาตุพนมบรมเจดีย์
|
|
|
|
พระธาตุพนมหรือเรียกตามแผ่นทองจารึกซึ่งจารึกไว้ในสมัยเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กแห่งนครเวียงจันทน์มาบูรณะใน
พ.ศ. ๒๒๓๖ - ๔๕ ว่า "ธาตุปะนม" เป็นพุทธเจดีย์ที่บรรจุพระอุรังคธาตุ
( กระดูกส่วนพระอุระ ) ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
มีรูปทรงสี่เหลี่ยม ประดับตกแต่งด้วยศิลปลวดลายอันวิจิตรประณีตทั้งองค์
มีความหมายทางพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง สูงจากระดับพื้นดิน
๕๓ เมตร ฉัตรทองคำสูง ๔ เมตร รวมเป็น ๕๗ เมตร ประดิษฐานอยู่
ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม
จังหวัดนครพนม อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ห่างจากแม่น้ำโขงอันเป็นเส้นกั้นแดนระหว่างประเทศลาวกับประเทศไทยประมาณ
๕๐๐ เมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๘๐๐ กิโลเมตร
ในตำนานพระธาตุพนมกล่าวไว้ว่า
องค์พระธาตุพนมสร้างครั้งแรกในราว พ.ศ. ๘ ในสมัยอาณาจักรศรีโคตบูรกำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่
โดยท้าวพญาทั้ง ๕ อันมีพญาศรีโคตบูร เป็นต้น และพระอรหันต์
๕๐๐ องค์ อันมีพระมหากัสสปะเถระเป็นประมุข
ลักษณะการก่อสร้างในสมัยแรกนั้น
ใช้ดินดิบก่อขึ้นเป็นรูปเตาสี่เหลี่ยม แล้วเผาให้สุกทีหลัง
กว้างด้านละสองวาของพระมหากัสสปะ สูงสองวา ข้างในเป็นโพรง
มีประตูเปิดทั้งสี่ด้าน
เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้าที่พระมหากัสสปะเถระนำมาจากประเทศอิเนเดีย
ประดิษฐานไว้ข้างใน แล้วปิดประตูทั้งสี่ด้าน
แต่ยังปิดไม่สนิททีเดียว ยังเปิดให้คนเข้าไปสักการะบูชาได้อยู่บางโอกาส
ในตำนานพระธาตุพนมบอกว่า "ยังมิได้ฐานปนาให้สมบูรณ์" นี้ก็หมายความวว่า
ยังมิได้ปิดประตูพระธาตุให้มิดชิดนั่นเอง
พึ่งมาสถาปนาให้สมบูรณ์ในราว พ.ศ. ๕๐๐
ท้าวพญาทั้ง ๕
ผู้มาเป็นประมุขประธานในการก่อสร้างพระธาตุพนมในครั้งนั้น
เป็นเจ้าผู้ครองนครในแคว้นต่าง ๆ คือ
๑. พญาจุลณีพรหมทัค
ครองแคว้นจุลมณี ก่อด้านตะวันออก
๒. พญาอินทปัตถนคร
ครองเมืองอินทปัตถนคร ก่อด้านตะวันตก
๓. พญาคำแดง
ครองเมืองหนองหานน้อย ก่อด้านตะวันตก
๔. พญานันทเสน
ครองเมืองศรีโคตบูร ก่อด้านเหนือ
๕. พญาสุวรรณภิงคาร
ครองเมืองหนองหานหลวง ก่อขึ้นรวมยอดเข้าเป็นรูปฝาละมี
องค์พระธาตุพนม ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ในยุคต่อมาโดยลำดับ
ซึ่งจะได้นำมาเขียนไว้โดยสังเขปดังนี้
๑. การบูรณะครั้งที่ ๑
ในราว พ.ศ. ๕๐๐
โดยมีพญาสุมิตธรรมวงศา แห่งเมืองมรุกขนคร และพระอรหันต์ ๕
องค์ เป็นประธาน ในการบูรณะครั้งนั้น
ได้เอาอิฐซึ่งเผาให้สุกดีแล้วมาก่อต่อเติมจากยอดพระธาตุพนมองค์เดิมให้สูงขึ้นไปอีกประมาณ
๒๔ เมตร (
สันนิษฐานดูตามลักษณะก้อนอิฐหลังจากองค์พระธาตุพนมหักพังลงแล้ว
) แล้วอัญเชิญพระอุรังคธาตุออกจากอุโมงค์เดิม
ซึ่งทำการบรรจุตั้งแต่สมัยพระมหากัสสปเถระ
ขึ้นไปประดิษฐานไว้ใหม่ที่ใจกลางพระธาตุชั้นที่สอง
แล้วปิดประตูอย่างมิดชิด หรือสถาปนาไว้อย่างสมบูรณ์ (
เวลานี้พบแล้ว อยู่สูงจากระดับพื้นดิน ๑๔.๗๐ เมตร )
๒.
การบูรณะครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๑๕๗
โดยมีพระยานครหลวงพิชิตราชธานีศรีโคตบูร แห่งเมืองศรีโคตบูร
เป็นประธาน ได้โบกสะทายตีนพระธาตุทั้งสี่ด้าน
และสร้างกำแพงรอบพระธาตุ พร้อมทั้งซุ้มประตู
และเจดีย์หอข้าวพระทางทิศตะวันออกพระธาตุ ๑ องค์ (
ถูกพระธาตุหักพังทับยับเยินหมดแล้ว )
๓.
การบูรณะครั้งที่ ๓ เมื่อ พ.ศ. ๒๒๓๖ - ๔๕
โดยมีเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กแห่งนครเวียงจันทน์เป็นประธาน
การบูรณะครั้งนี้
ได้ใช้อิฐก่อต่อเติมจากพระธาตุชั้นที่สองซึ่งทำการบูรณะใน
พ.ศ. ๕๐๐ ให้สูงขึ้นอีกประมาณ ๔๓ เมตร
ได้มีการปรับปรุงที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุใหม่ โดยสร้างอูบสำริดครอบเจดีย์ศิลาอันเป็นที่บรรจุบุษบกและผอบพระอุรังคธาตุไว้อย่างแน่นหนา
และได้บรรจุพระพุทธรูปเงิน ทอง แก้ว มรกต และอัญมณีอันมีค่าต่าง
ๆ ไว้ภายในอูบสำริดและนอกอูบสำริดไว้มากมาย
มีจารึกพระธาตุพนมว่า "ธาตุปะนม" (ประนม)
๔.
การบูรณะครั้งที่ ๔ ใน พ.ศ. ๒๓๕๐ - ๕๖
โดยมีเจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์เป็นประธาน
ได้ทำฉัตรใหม่ด้วยทองคำ ประดับด้วยเพชรพลอยสีต่าง ๆ ประมาณ
๒๐๐ เม็ด และได้ทำพิธียกฉัตรขึ้นสู่ยอดพระเจดีย์ในปีนั้น (
พ.ศ. ๒๓๕๖ ) ( ฉัตรนี้ ได้นำลงมาเก็บรักษาไว้ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารใน
พ.ศ. ๒๔๙๗ )
๕.
การบูรณะครั้งที่ ๕ โดยมีพระครูวิโรจน์รัตโนบล
วัดทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน
ได้ซ่อมแซมโบกปูนองค์พระธาตุพนมใหม่
ลงรักปิดทองส่วนบนประดับแก้วติดดาวที่ระฆัง
แผ่แผ่นทองคำหุ้มยอด ปูลานพระธาตุ
ซ่อมแซมกำแพงชั้นในและชั้นกลาง
๖.
การบูรณะครั้งที่ ๖ ใน พ.ศ. ๒๔๘๓ - ๘๔
รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ชุมจอมพล ป.
พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี
ได้ให้กรมศิลปากรอันมีหลวงวิจิตราวาทการเป็นหัวหน้า
สร้างเสริมครอบพระธาตุพนมองค์เดิมด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กตั้งแต่ชัน้ที่
๓ ขั้นไป และต่อยอดให้สูงขึ้นไปอีก ๑๐ เมตร รวมเป็น ๕๗ เมตร
๗. พ.ศ. ๒๔๙๗
รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙
ได้ทำฉัตรใหม่ด้วยทองคำ
ซึ่งเป็นของวัดที่ได้จากประชาชนบริจาคและได้ทำพิธียกฉัตรในปีนั้น
ฉัตรทองคำ มีเนื้อทองของวัดอยู่ประมาณ ๗ กิโลกรัม
นอกนั้นเป็นโลหะสีทองหนักประมาณ ๒๐ กิโลกรัม ฉัตรหนักทั้งหมด
๑๑๐ กิโลกรัม ก่อนรื้อนั่งร้าน
ทางวัดได้ขอแรงสามเณรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
โบกปูนตั้งแต่ยอดซุ้มประตูพระธาตุชั้นที่ ๑ จนถึงยอดสุด
ใช้เวลาทำงานอยู่ ๑ เดือนจึงแล้วเสร็จ
๘. พ.ศ. ๒๕๐๐
ทางวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารได้ลงรักปิดทองพระธาตุพนมส่วนยอดประมาณ
๑๐ เมตรจนถึงก้านฉัตร ได้ขอแรงพระภิกษุสามเณรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารช่วยทำ
ใช้เวลาทำงานอยู่ ๑ เดือน กับ ๑๕ วัน จึงเสร็จเรียบร้อยดี
๙. พ.ศ. ๒๕๑๑
ทางวัดได้ขอแรงพระภิกษุสามเณรวัดพระธาตุพนม
ลงรักปิดทองลวดลายองค์พระธาตุพนมช่วงบน ซึ่งทำการประดับใน
พ.ศ. ๒๔๘๓ - ๘๔ ส่วนยอดสูงประมาณ ๕ เมตร
ได้เอาแผ่นทองเหลืองหุ้มแล้วจึงลงรักปิดทอง ใช้เวลาทำงาน ๒
เดือนกว่าจึงแล้วเสร็จ
๑๐.
ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘
องค์พระธาตุพนมได้หักล้มลงไปทางทิศตะวันออกทั้งองค์
ทับวัตถุก่อสร้าง ๆ ซึ่งอยู่ในบริเวณนั้น เช่น
หอพระทางทิศเหนือและทิศใต้
ศาลาการเปรียญและพระวิหารหอพระแก้วเสียหายหมด
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากฐานหรือพระธาตุชั้นที่ ๑
ซึ่งสร้างในสมัยแรกนั้นเก่าแก่มาก
และไม่สามารถทานน้ำหนักส่วนบนได้ จึงเกิดพังทลายลงมาดังกล่าว
๑๑. วันที่ ๘
กันยายน ๒๕๑๘ หลังจากองค์พระธาตุพนมพังทลายแล้ว ๒๐ วัน
เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ลงมือทำการรื้อถอนและขนย้ายซากปรักหักพังขององค์พระธาตุพนม
ใช้แรงงานคนงานจำนวน ๕๐ คน ใช้เวลาในการรื้อถอนและขนย้ายอยู่
๑๗๐ วันจึงเสร็จเรียบร้อยดี
๑๒. วันที่ ๒๕
กันยายน ๒๕๑๘
ทำพิธีบูชาพระธาตุพนมและบวงสรวงดวงวิญญาณของบรรพบุรุษตลอดถึงเทพเจ้าผู้พิทักษ์องค์พระธาตุพนม
และอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่พระธาตุจำลองชั่วคราว
ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการก่อสร้างพระธาตุพนมองค์ใหม่
เมื่อสร้างพระธาตุพนมองค์ใหม่เสร็จแล้ว
จะได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ที่เดิม
ในพิธีนี้มี ม.ร.ว.
คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
และพระพิมลธรรม ( อาสภมหาเถระ ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
และในขณะเดียวกันก็ได้อัญเชีญเอาพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ที่พระธาตุจำลองด้วย
๑๓. วันที่ ๑๗ -
๑๘ ตุลาคม ๒๕๑๘ ( หลังจากองค์พระธาตุพนมหักพังแล้ว ๖๒
วัน ) ได้พบพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหัวอกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุอยู่ในผอบแก้ว
หรือหลอดแก้ว ซึ่งมีสัณฐานคล้ายรูปหัวใจ
ผอบแก้วใบนี้หุ้มทองมีช่องเจาะสี่ด้าน มีฝาทองคำปิดสนิทสูง
๒.๑ เซนติเมตร มีสีขาวแวววาวมาก คล้ายกับแก้วผลึก
ภายในผอบมีน้ำมันจันทน์หล่อเลี้ยงอยู่และมีพระอุรังคธาตุบรรจุอยู่
๘ องค์
๑๔. วันที่ ๒๖
ธันวาคม ๒๕๑๘ ( หลังจากพบพระอุรังคธาตุแล้ว ๒ เดือน ๒๕ วัน )
ได้จัดสมโภชพระอุรังคธาตุขึ้นรวม ๗ วัน ๗ คืน
งานเริ่มวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๙
ในงานนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน
ได้ทรงเสด็จมาเป็นประธานในพิธี สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
ทรงเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์สถานที่ประกอบพิธีอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือขององค์พระธาตุพนม
๑๕. วันที่ ๑๐ - ๑๖
กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ ทางวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
ได้จัดงานเทศกาลประจำปี ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออบมาให้พุทธศาสนิกชนสักการะบูชา
และนำสิ่งของที่พบในองค์พระธาตุพนมออกมาให้ประชาชนชมตลอดงาน
๑๖. วันที่ ๑๒
พฤษภาคม ๒๕๑๙ บริษัท อิตาเลียน - ไทย
ได้ขุดหลุมลงเข็มรากพระธาตุพนมองค์ใหม่ ต่อมาวันที่ ๒๘ - ๒๙
พฤษภาคม ศกเดียวกัน ทางวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อันมีพระเทพรัตนโมลี
เป็นประธาน
ได้ทำพิธีลงเข็มรากพระธาตุพนมเพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการก่อสร้างพระธาตุพนมองค์ใหม่
๑๗. วันที่ ๒๔
มิถุนายน ๒๕๑๙ สมเด็จพระสังฆราช
ได้เสด็จมาเยี่ยมคณะสงฆ์และประชาชนทั่วัดพระธาตุพนม
ได้ตรวจดูการก่อสร้างองค์พระธาตุพนม และได้ทรงนมัสการพระอุรังคธาตุด้วย
๑๘. วันที่ ๑๓
ธันวาคม ๒๕๑๙ ถึงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๒๐
ทางวัดได้ขอแรงประชาชนในเขตอำเภอธาตุพนม
มาขนเศษอิฐเศษปูนจากบริเวณสนามหญ้าข้างในวิหารคตออกไปกองไว้ข้างนอกทางด้านทิศเหนือ
ซึ่งอยู่ใกล้หอพระนอน
๑๙. วันที่ ๑๙ มกราคม
ถึงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐
ทางวัดได้จัดงานเทศกาลประจำปี ได้อัญเชิญพระบรมสารีกธาตุ
ออกไปให้ประชาชนชมและสักการะบูชาอีก
และมีการแสดงนิทรรศการของโบราณเหมือนปีก่อน
๒๐. วันที่ ๑๕
ธันวาคม ๒๕๒๐ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร
ได้ลงมือประดับตกแต่งลวดลายองค์พระธาตุพนม
๒๑. วันที่ ๑๗ - ๒๓
กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ ทางวัดได้จัดงานเทศกาลประจำปี
ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกมาให้ประชาชนได้สักการะบูชาจนตลอดงาน
พระเทพรัตนโมลี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
เจ้าคณะจังหวัดนครพนม และนายสมพร กลิ่นพงษา
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีอัญเชิญ
ได้ทำพิธีแห่โดยตั้งขบวนแห่ที่ถนนหน้าวัดแล้วเดินทางไปตามถนนชยางกูร
เลี้ยวเข้าถนนหน้าพระธาตุพนมจำลอง
ตรงไปยังเบญจาซึ่งตั้งอยู่สนามหญ้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือพระธาตุ
แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่เบญจา
เสร็จงานแล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่เดิม
ในงานนี้มีการแสดงนิทรรศการเหมือนปีก่อนฯ
๒๒. วันที่ ๖ - ๑๒
กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒
ทางวัดได้จัดงานนมัสการพระธาตุพนมประจำปีเหมือนปีก่อน ๆ
และได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุออกมาให้พุทธศาสนิกชนสักการะบูชาตลอดงาน
พระเทพรัตนโมลี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
และนายพิชิต ลักษณะสมพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
เป็นประธานในพิธีอัญเชิญ ได้ทำพิธีแห่รอบองค์พระธาตุ ๑ รอบ
แล้วจึงได้อัญเชิญขึ้นไปประดิษฐานไว้ บนพระเบญจาตลอด ๗ วัน
ในวันสุดท้ายของงานพระเทพรัตนโมลี
พร้อมด้วยพระสงฆ์และญาติโยมได้ทำพิธีคาระวะพระอุรังคธาตุ
แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่เดิม
ในงานนี้มีการนำเอาของมีค่าซึ่งค้นพบที่องค์พระธาตุพนมออกมาให้ประชาชนได้ชมจนตลอดงานเหมือนปีที่แล้วมา
๒๓. วันที่ ๒๑ - ๒๓
มีนาคม ๒๕๒๒ ทางรัฐบาลได้จัดพระราชพิธีบรรจุพระอุรังคธาตุ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาเป็นประธานในพิธีบรรจุ
ในวันแรกของงานได้ทำพิธีแห่พระอุรังคธาตุ ในวันที่ ๒
สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกทรงเป็นประธานยกฉัตรพระธาตุ
ในวันที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาทรงบรรจุพระอุรังคธาตุ
|
|