|
"
ฮีตสิบสอง
"
ชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคร่งครัดงานประเพณีซึ่งได้จัดทำขึ้นทั้งพิธีเกี่ยวเนื่องในทางศาสนา
และพิธีของชาวบ้านรวมทั้ง12เดือน
เรียกตามภาษาพื้นเมืองว่า
"
ฮีตสิบสอง
"
และมักจะกล่าวควบกันกับระบอบการปกครองโบราณของภาคนี้ซึ่งเรียกว่า
"
คองสิบสี่
"
แล้วเรียกคู่กันไปว่า
"
ฮีตสิบสอง คองสิบสี่
"
ประเพณีแต่ละเดือนๆมีดังนี้ คือ

1.
บุญข้าวกรรม
เป็นพิธีสำหรับพระภิกษุสงฆ์
เพื่อการปฏิบัติขององค์ท่านให้พ้นจากอาบัติกิเลสต่างๆมีการให้ทานรักษาศีลภาวนาและแผ่เมตตากำหนดเวลาทำพิธีกันขึ้นในเดือนอ้าย
2.
บุญคูนลาน
กำหนดพิธีในระหว่างเดือนยี่
เมื่อนวดข้าวในลานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเป็นทำบุญให้ทานเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวและหมู่บ้านก่อนที่จะบรรทุกข้าวเปลือกมาใส่ไว้ในยุ้งหรือฉางข้าวต่อไป
3.
บุญข้าวจี่
กำหนดพิธีกันในกลางเดือน
3
เฉพาะ
"
ข้าวจี่
"
ก็คือข้าวเหนียวสุกนึ่งสุกแล้วมาปั้นเป็นก้อนอาจมีการทาไข่เพื่อเพิ่มความหอมแล้ว
"
อัง
"
หรือ
"
จี่ไฟ
"
ให้สุกอีกทีนึง
ชาวบ้านจะรวมตัวกันทำที่หมู่บ้านหรือตามบ้านหรือไปรวมกันทำที่วัดเสร็จแล้วนำถวายให้พระภิกษุหรือสามเณรได้ขบฉันพร้อมกับอาหารคาวหวานอื่นๆ
4.บุญพะเวส
หรือ
บุญมหาชาติ
มีการฟังเทศน์เรื่องพระเวสสันดรชาดก
ถือว่าเป็นการทำบุญมหากุศลที่ยิ่งใหญ่
พุทธศาสนิกชนไปร่วมทำบุญกันที่วัดกันอย่างมากมายงานบุญดังกล่าวนิยมทำกันระหว่างเดือน
4
5.
บุญสรงน้ำ
กำหนดพิธีกันในเดือน
5
โดยตักน้ำเย็นที่ใสสะอาดประพรมด้วยน้ำหอมเจือแล้วนำไปสรงพระพุทธรูป
พระภิกษุสงฆ์
สามเณร และผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ
คือเริ่มตั้งแต่ขึ้น
15
ค่ำ เดือน
5
ไปถึง
15
ค่ำ เดือน
6
ความมุ่งหมายก็เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง
อนึ่งการกุศลอื่นๆเนื่องในบุญสรงน้ำนี้ก็มีการก่อพระเจดีย์ทราย
การปล่อยนกปล่อยปลาหรือสัตว์ที่มีชีวิต
มีพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล
เสร็จแล้วมีการเล่นฟ้อนรำขับรองและสาดน้ำกันเป็นที่สนุกสนาน
6.
บุญบั้งไฟ
กำหนดพิธีขึ้นในระหว่างเดือน
6
เรียกอีกอย่างว่าบุญก็ได้ ความมุ่งหมายคือ
ทำบุญกุศลที่วัดเสร็จแล้ว
ตอนบ่ายก็จะมีพิธีจุดบั้งไฟเพื่อเป็นการบวงสรวงพระยาแถนเทวดาบนท้องฟ้าบันดาลให้ฝนตก
เพื่อชาวนาจะได้ทำนาในฤดูต่อไป
7.
บุญซำฮะ
คำว่า
"
ซำฮะ
"
ก็คือ
"
ชำระ
"
นั่นเองความหมายว่าต้องการชำระสิ่งที่รกรุงรังให้หมดมลทินเครื่องเศร้าหมองต่างๆโดยเฉพาะผ้านุ่ง
ผ้าห่ม
เครื่องใช้ที่สกปรกต้องซักฟอกชำระให้สะอาดด้วยการทำบุญให้ทาน
เป็นต้นร่างกายและจิตใจจะได้ผ่องใสอยู่เย็นเป็นสุขเรื่อยไป
8.
บุญเข้าพรรษา
พุทธศาสนิกชนจะไปร่วมทำบุญเยี่ยงประเพณีที่วัดมีเครื่องถวายสักการะที่สำคัญก็คือ
การหล่อเทียนพรรษา
โดยการสลักเทียนเป็นลวดลายตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามเพื่อประกวดประชันกันโดยแต่ละแห่งๆจัดขบวนแห่ขึ้นแล้วตรงไปยังวัดกำหนดตรงกับวันเพ็ญเดือน
4
9.
บุญข้าวประดับดิน
กำหนดพิธีในวันแรม
14
ค่ำเดือน
9
ที่เรียกกันว่า
"
ข้าวประดับดิน
"
ก็โดยการนำเอาข้าวห่อ
ขนมหวาน และหมากพลู บุหรี่
นำไปวางไว้บนพื้นดินตามที่ต่างๆเป็นการทำบุญอุทิศให้แก่ญาติพี่น้องที่ตายไปแล้ว
นอกจากนั้นเมื่อทำบุญดังกล่าวแล้วก็ยังได้มีการเลี้ยงอาหารกันในระหว่างครอบครัวและแจกจ่ายไปตามญาติมิตรที่เคารพนับถือทั้งหลายในวันนี้ชาวบ้านก็จะพากันเข้าวัดรักษาศีลฟังธรรมเทศนาอีกด้วย
10.
บุญข้าวสาก
คำว่า
"
ข้าวสาก
"
ก็คือ
"
ข้าวสลาก
"
นั่นเอง พิธีนี้กระทำกันในวันขึ้น
15
ค่ำ เดือน
10
ชาวบ้านได้นำข้าวต้ม ขนม
เลี้ยงดูแจกจ่ายกันในตอนเพลของวันนี้
ชาวบ้านได้นำสำรับกับข้าวและเครื่องไทยทานเพื่อนำเข้าไปถวายพระภิกษุในวัด
เขียนสลากบอกชื่อเจ้าของสำรับกับข้าวแล้วนำลงใส่บาตร
พร้อมกับนิมนต์ให้พระภิกษุตลอดจนสามเณรเป็นผู้จับสลาก
พระภิกษุองค์ใดถูกสลากของใครก็จะได้รับกับข้าวและเครื่องไทยทานของผู้นั้น
11.
บุญออกพรรษา
ในวันนี้ก็เป็นโอกาสของชาวพุทธศาสนิกชนจะได้แสดงความเลื่อมใสในพระพุทธสาสนาครั้งใหญ่
ชาวบ้านและพระสงฆ์ตลอดจน
สามเณรจะช่วยกันจัดทำไต้ประทีปขึ้นในวัดตรงหน้าพระอุโบสถ
แล้วนำประทีปธูปเทียนมาจุดบูชาพระรัตนตรัย
ซึ่งตรงกับ
15
ค่ำ เดือน
11
เป็นเวลา
3
วัน
3คืน
12.
บุญกฐิน
ชาวบ้านได้พากันทำบุญกฐินหลังออกจากพรรษา
ซึ่งถือตามคตินิยมในทางพระพุทธศาสนา
นอกจากบุญกฐินแล้วก็ยังมีบุญทอดผ้าป่า
โดยเฉพาะบุญทอดผ้าป่านี้ไม่ได้กำหนดตามกาลและเวลา คือ
เจ้าของหรือเจ้าภาพกำหนดทำพิธีเมื่อไรก็ได้
ประเพณีทั้ง
12
เดือนนี้
พุทธศาสนิกชนชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังได้จัดพิธีทำบุญนี้ของแต่ละเดือนๆอย่างเคร่งครัด
และถือเป็นประเพณีปฏิบัติกันเรื่อยมาจนเท่าทุกวันนี้

ที่มาข้อมูล
:
หนังสือประเพณี
4
ภาค
พิธีมงคลของไทย สำนักพิมพ์หอสมุดกลาง
09
|