ธาตุพนม | เกี่ยวกับพระธาตุพนม | อำเภอธาตุพนม | สถานที่ท่องเที่ยว | ประเพณีและวัฒนธรรม | อัลบั้มภาพ | เว็บบอร์ด |
หมวดหมู่กระทู้ » บอร์ดทั่วไป
ค้นหากระทู้


มหาปุริสลักษณะ 32 ประการ


Prom28

มหาปุริสลักษณะ 32 ประการ



มหาปุริสลักษณะ คือลักษณะของผู้เป็นมหาบุรุษ 32 ประการ โดยลักษณะทั้ง 32 ประการนี้เกิดจากการสังสมบุญบารมีมาหลายภพหลายชาติ ซึ่งพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านก็มีพระมหาปุริสลักษณะ ครบทั้ง 32 ประการนี้เช่นกัน โดยพระพุทธเจ้า ได้กล่าวไว้ว่า หากใครมีมหาปุริสลักษณะ ครบทั้ง 32 ประการย่อมมีคติเป็นสองอย่างคือ ถ้าเป็นฆราวาสย่อมเป็นจักรพรรดิ ผู้ทรงธรรม มีแว่นแคว้นจดมหาสมุทรทั้งสี่ สมบูรณ์ด้วยแก้ว 7 ประการคือ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว แก้วมณี นางแก้ว คหบดีแก้ว ปรินายกแก้ว แต่ถ้าหากออกบวชย่อมได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า





1. มหาบุรุษ มีพื้นเท้าสม่ำเสมอ

2. มหาบุรุษ ที่ฝ่าเท้ามีจักรเกิดแล้ว, มีซี่ตั้งพัน พร้อมทั้งกงและดุม

3. มหาบุรุษ มีส้นเท้ายาว

4. มหาบุรุษ มีข้อนิ้วยาว

5. มหาบุรุษ มีฝ้ามือฝ้าเท้าอ่อนละมุน

6. มหาบุรุษ มีลายฝ้ามือฝ้าเท้าดุจตาข่าย

7. มหาบุรุษ มีข้อเท้าอยู่สูง

8. มหาบุรุษ มีแข้งดุจแข้งเนื้อทราย

9. มหาบุรุษ ยืนไม่ย่อตัวลง แตะเข่าได้ด้วยมือทั้งสอง

10. มหาบุรุษ มีองคชาตตั้งอยู่ในฝัก

11. มหาบุรุษ มีสีกายดุจทอง คือมีผิวหนังดุจทอง

12. มหาบุรุษ มีผิวละเอียด ละอองจับไม่ได้

13. มหาบุรุษ มีขนขุมละเส้น เส้นหนึ่งๆ อยู่ขุมหนึ่งๆ

14. มหาบุรุษ มีปลายขนช้อนขึ้น สีดุจดอกอัญชัน ขึ้นเวียนขวา

15. มหาบุรุษ มีกายตรงดุจกายพรหม

16. มหาบุรุษ มีเนื้อนูนหน้าในที่ 7 แห่ง (คือหลังมือหลังเท้าคอบ่า)

17. มหาบุรุษ มีกายข้างหน้า ดุจราชสีห์

18. มหาบุรุษ มีหลังเต็ม (ไม่มีร่องหลัง)

19. มหาบุรุษ มีทรวจทรงดุจต้นไทร กายกับวาเท่ากัน

20. มหาบุรุษ มีคอกลมเกลี้ยง

21. มหาบุรุษ มีประสาทรับรสอันเลิศ

22. มหาบุรุษ มีคางดุจราชสีห์

23. มหาบุรุษ มีฟัน 40 ซี่บริบูรณ์

24. มหาบุรุษ มีฟันเรียบเสมอ

25. มหาบุรุษ มีฟันสนิท (ชิดกัน)

26. มหาบุรุษ มีเขี้ยวสีขาวงาม

27. มหาบุรุษ มีลิ้น (ใหญ่และยาว) เพียงพอ

28. มหาบุรุษ มีเสียงดุจเสียงพรหม พูดเหมือนนกการวิก

29. มหาบุรุษ มีตาเขียวนิท

30. มหาบุรุษ มีตาดุจตาวัว

31. มหาบุรุษ มีอุนาโลมหว่างคิ้ว ขาวอ่อนเหมือนสำลี

32. มหาบุรุษ มีศรีษระรับกับกรอบหน้า



พระมหาปุริสลักษณะ



หมายถึง ลักษณะ ๓๒ ประการของมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งจะมีคติเป็น ๒ เท่านั้นคือ



๑. ถ้าครองเรือน จะได้เป็นพระมหาจักรพรรดิ์ผู้ทรงธรรม เป็นธรรมราชา มีอาณาจักรกว้างใหญ่ไพศาลจรดมหาสมุทรทั้ง ๔ มั่นคง ทรงชนะมาด้วยความชอบธรรม มิต้องใช้อาชญา

มีรัตนะ ๗ ประการ คือ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว แก้วมณี นางแก้ว คฤหบดีแก้ว ปริณายกแก้ว มีราชบุตรกว่าหนึ่งพัน ล้วนกล้าหาญ รูปทรงสง่างามสมเป็นวีรกษัตริย์ มีความเกษมสำราญ มิมีเสี้ยนหนาม



๒. ถ้าออกบวชเป็นบรรพชิต จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหลังคาคือกิเลส เปิดแล้วในโลก (ตรัสรู้สัจธรรม รู้เท่าทันและละออกจากกิเลส ซึ่งปกปิดความจริงในสัตว์โลก ขันธโลก และสังขารโลก)



เหตุแห่งการแสดงธรรมเรื่องพระมหาปุริสลักษณะ



ในกรุงสาวัตถี พระอานนท์ออกบิณฑบาตในหมู่บ้าน ได้ยินการสนทนาของชาวบ้านว่า พระวรกายของพระผู้มีพระภาคเจ้าสมบูรณ์ด้วยอนุพยัญชนะ (ลักษณะรายละเอียด) ๘๐ ประการ มหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ มีพระรัศมี ๖ สี แผ่ออกจากพระวรกายวาหนึ่ง



ไม่ทราบว่า ลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้นด้วยบุพพกรรมใด พระอานนท์ทำภัตตกิจเสร็จแล้วกลับสู่พระเชตวันวิหาร กระทำวัตรปฏิบัติแด่พระศาสดาแล้ว ได้กราบทูลเรื่องที่ได้ยินมา พระศาสดาตรัสเรียกภิกษุ ทั้งหลายที่นั่งแวดล้อมอยู่ และแสดงลักษณะทั้งหลาย พร้อมทั้งบุพพกรรมที่มีมา



พระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ



๑. พระบาทประดิษฐานเป็นอันดี – สุปะติฎฐิตะปาโท - เมื่อทรงเหยียบพระบาท ทรงจรดพื้นด้วยฝ่าพระบาททุกส่วนเสมอกัน เมื่อทรงยกพระบาทขึ้นก็เสมอกัน



ผลในชาติปัจจุบัน พระพุทธองค์ทรงไม่มีข้าศึกศัตรูภายใน คือ ราคะ โทสะ โมหะ ข้าศึกศัตรูภายนอก คือ สมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม ใครๆ ในโลกนี้จะข่มได้

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงยึดมั่นในกุศลอย่างมั่นคง ประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต บำเพ็ญทาน สมาทานศีล เบญจศีล อุโบสถศีล ปฏิบัติดีต่อบิดา มารดา สมณพราหมณ์ เคารพผู้ใหญ่ในตระกูล เคารพในธรรมที่สูงขึ้นไป



๒. ใต้พระบาททั้งสองมีลายธรรมจักร มงคล ๑๐๘ ประการ - เหฎฐา ปาทะตะเลสุ จักกานิ



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงมีบริวารมาก มีบริวารเป็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ นก สัตว์สี่เท้าที่มียศมาก แวดล้อมพระองค์ไม่มีใครยิ่งกว่า

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ ได้นำความสุขมาให้แก่ชนเป็นอันมาก บรรเทาความหวาดกลัว จัดการรักษา คุ้มครอง ป้องกันอย่างเป็นธรรม ให้ทานด้วยสิ่งของต่าง ๆ



๓. ส้นพระบาทยาว – อายะตะปัณหิ – พระบาทแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ปลายพระบาทสองส่วน ลำพระชงฆ์ (แข้ง) ตั้งในส่วนที่สาม เหลือส้นพระบาทอีกหนึ่งส่วน และส้นพระบาทนั้นสีแดงงาม

๔. นิ้วพระหัตถ์ นิ้วพระบาทยาวเรียว กลมงาม – ทีฆังคุลี

๕. พระวรกายตั้งตรงดังกายท้าวมหาพรหม – พรหมุชุ คัตโต – ไม่น้อมไปข้างหน้า หรือหงายไปข้างหลัง



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์มีพระชนมายุยืน ไม่มีผู้ใดปลงพระชนมชีพได้

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงเว้นปาณาติบาต มิได้เหยียบสัตว์ให้ตายด้วยความประมาท มิได้ประหารสัตว์ให้ตายด้วยพระหัตถ์ มีความละอาย มีความกรุณา มีความปรารถนาดีแก่สัตว์ทั้งปวง



๖. พระมังสะ (เนื้อ) อูมในที่ ๗ แห่ง - สัตตุสสะโท – ได้แก่ หลังพระหัตถ์ทั้งสอง หลังพระบาททั้งสอง พระอังสา (บ่า) ทั้งสอง ลำพระศอ (คอ) มิได้เห็นเส้นปรากฏออกมาภายนอก



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ได้ของที่ควรเคี้ยว ควรบริโภค ควรลิ้ม น้ำที่ควรดื่ม อันประณีต มีรสอร่อย

บุพพกรรม ในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงให้ของที่ควรเคี้ยว ของที่ควรบริโภค ของที่ควรลิ้ม น้ำที่ควรดื่ม อันประณีต มีรสอร่อย เป็นจำนวนมาก



๗. ฝ่าพระหัตถ์ ฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม – มุทุตะละนะหัตถะปาโท

๘. ฝ่าพระหัตถ์ ฝ่าพระบาทมีลายดังตาข่าย – ชาละหัตถะปาโท – นิ้วพระหัตถ์ทั้งสี่ เว้น พระอังคุฎฐะ (นิ้วหัวแม่มือ) นิ้วพระบาททั้งห้าเสมอกัน ชิดสนิทดี



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงมีบริวารที่พระองค์สงเคาระห์เป็นอย่างดี ผูกใจบริวารได้เป็นอย่างดีโดยการสงเคราะห์ในบุพชาติ (กรรม) และในปัจจุบัน (อุปนิสัย) เป็นที่รักของบริวาร

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงสงเคราะห์ชนด้วยสังคหวัตถุ ๔ ได้แก่ ทาน (การให้) ปิยวาจา (วาจาไพเราะ) อัตถจริยา (บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์) สมานัตตา (วางตนเหมาะสม)



๙. หลังพระบาทนูนดุจสังข์คว่ำ - อุสสังขะปาโท - และข้อพระบาทกลอกกลับผันแปรอย่างคล่องขณะย่างพระบาท

๑๐. พระโลมา (ขน) มีสีดำสนิท ขดเป็นทักษิณาวัฎ (เวียนขวา) ๓ รอบและมีปลายช้อนขึ้น



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้เลิศ ผู้ประเสริฐ เป็นประมุขสูงสุดกว่าสัตว์ ทั้งปวง

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้กล่าววาจาประกอบด้วยอรรถด้วยธรรม แนะนำประชาชนเป็นอันมาก เป็นผู้นำประโยชน์และความสุขให้แก่สัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้บูชาธรรมเป็นปกติ



๑๑. พระชงฆ์ (แข้ง) เรียวดังแข้งเนื้อทราย กลมกลึงงาม – เอณิชังโฆ



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงได้ปัจจัยอันควรแก่สมณะและบริษัท เครื่องสมณูปโภคอันควรแต่สมณะ โดยพลัน

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้ตั้งใจสอนศิลปะวิทยา จรณะ(ศีล สมาธิ) หรือกรรม (การงาน) ที่ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนใคร ๆ โดยตั้งใจว่า ทำอย่างไรชนทั้งหลายจะเรียนรู้เร็ว สำเร็จเร็ว ไม่ลำบากนาน



๑๒. พระฉวีวรรณ (ผิว) ละเอียด – สุขุมมัจฉวี – ธุลีละอองมิติดต้องพระวรกายได้ มลทินใดมาสัมผัสก็เลื่อนหลุดไปดุจน้ำกลิ้งตกจากใบบัว



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงมีพระปรีชามาก กว้างขวาง ว่องไว เฉียบแหลม ทำลายกิเลส ปัญญาเหนือกว่าสัตว์ทั้งหลาย บรรลุโพธิญาณ

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงเข้าหาสมณพราหมณ์ สอบถามธรรม ตั้งใจฟัง ทำความเข้าใจ ไตร่ตรอง เพื่อความเจริญทางปัญญา



๑๓. พระฉวีวรรณ (ผิว) เหลืองงามดังทองคำ – สุวัณณะวัณโณ



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงได้เครื่องลาด ผ้านุ่งห่มอย่างดี เนื้อละเอียด

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานความไม่โกรธ และให้ทานเป็นผ้าเนื้อละเอียด จำนวนมาก



๑๔. พระคุยหะเร้นอยู่ในฝัก – โกโสหิตะวัตถะคุโยหะ – องค์กำเนิดเพศชายหดเร้นเข้าข้างใน



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงมีพระโอรสมาก หมายถึง พุทธบุตร สาวกผู้ดำเนินตามพุทธพจน์ จำนวนหลายพัน

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้นำญาติมิตรที่สูญหาย พลัดพรากไปนานมาพบกัน แล้วทรงมีความชื่นชม



๑๕. พระวรกายสง่างาม สมบูรณ์ สมส่วน ดังปริมณฑลแห่งต้นนิโครธ (ต้นไทร) - นิโครธปริมัณฑโล ความสูงของพระวรกายเท่ากับวาของพระองค์

๑๖. พระกรยาวจนใช้พระหัตถ์ลูบพระชานู (เข่า) โดยไม่ต้องน้อมพระวรกาย – ปาณิตะเลหิ ชันนุกานิ ปริมะสะติ



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้มั่งคั่งมาก มีทรัพย์สมบัติมาก ก็คือ ศรัทธา ศีล หิริโอตตัปปะ สุตะ จาคะ ปัญญา

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้ฉลาดในการพิจารณาบุคคลที่ควรสงเคราะห์ ควรยกย่อง ควรเลื่อมใส และการกระทำการสงเคราะห์ การยกย่อง การเลื่อมใส



๑๗. พระวรกายส่วนหน้าล่ำพีบริบูรณ์ สง่างามดุจราชสีห์ – สีหะปุพพะทะธะกาโย

๑๘. พระปฤษฎางค์ (หลัง) เต็ม – ปิตตันตะรังโส – ตั้งแต่บั้นพระองค์ (เอว) ขึ้นไปถึงต้นพระศอ (คอ) พื้นพระมังสะ (เนื้อ) ปิดพระปฤษฎางค์เป็นอันดี มิได้เห็นข้อพระอัฐิท่ามกลางพระขนอง (ข้อกระดูกสันหลัง) ปรากฏออกมาภายนอก

๑๙. พระศอกลมเสมอกัน – สะมะวัฎฎักขันโธ



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงไม่เสื่อมจากอริยทรัพย์ ๕ ประการ ได้แก่ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และสมบัติทั้งปวง

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงหวังประโยชน์เกื้อกูล ความสุขเกษมจากโยคะ (กิเลส) แก่มหาชนด้วยคิดว่า ทำอย่างไรชนทั้งหลายพึงเจริญด้วย (คุณธรรม) ศรัทธา ศีล สุตะ พุทธิ จาคะ ธรรมะ ปัญญา พึงเจริญด้วย (เศรษฐกิจและสังคม) ทรัพย์ ข้าว นา สวน สัตว์เลี้ยง บุตรภรรยา ทาสกรรมกร ญาติ มิตร พวกพ้อง



๒๐. มีเส้นประสาทสำหรับนำรสอาหารดีเลิศ - ระสัคคะสัคคี - มีเส้นประสาทปลายข้างบนประชุมอยู่ที่พระศอสำหรับนำรสอาหารแผ่ซ่านสม่ำเสมอไปทั่วพระวรกาย



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงมีโรคาพาธน้อย มีความลำบากน้อย สมบูรณ์ด้วยเตโชธาตุทำให้ย่อยอาหารได้ดี เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร ปฏิบัติธรรม

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าด้วยมือ ก้อนหิน ไม้ หรืออาวุธ ฆ่าเองหรือบังคับให้ผู้อื่นฆ่า หรือทำให้สัตว์ทั้งหลายหวาดกลัว



๒๑. พระเนตรดำสนิท – อะภินีละเนตโต - มีการเห็นแจ่มใส

๒๒. ดวงพระเนตรสดใสดังตาโค - โคปะขุโม



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้ที่ชนทั้งหลายเห็นแล้วรัก เป็นที่รักใคร่ของภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ และยังชนเป็นอันมากให้สร่างโศก

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทอดพระเนตรดูมหาชนด้วยสายพระเนตรเบิกบาน น่ารัก ไม่ถลึงตาดู ไม่ค้อนตาดู



๒๓. พระเศียรกลมงาม พระพักตร์มีอุณหิสคือลักษณะเหมือนมีกรอบหน้า - อุณ---สะสีโส



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงเป็นที่คล้อยตามแห่งมหาชน

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงเป็นหัวหน้าชนเป็นอันมาก ทรงเป็นผู้นำมหาชนทั้งหลายในการทำกุศลธรรม ด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ในการบำเพ็ญทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถศีล ปฏิบัติดีต่อบิดามารดา สมณพราหมณ์ เคารพผู้ใหญ่ในตระกูล และทำกุศลที่ยิ่งอื่น ๆ



๒๔. โลมา (ขน) มีขุมละเส้น – เอเกกะโลโม

๒๕. มีพระอุณาโลมระหว่างพระโขนง (คิ้ว) สีขาวอ่อนเหมือนปุยฝ้าย – อุณณาโลมา ภมุกันตะเรชาตา



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงเป็นที่ประพฤติตามของมหาชน

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงละการพูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดเท็จ พูดแต่ความจริง ดำรงคำสัตย์ มีถ้อยคำเป็นหลักฐาน ควรเชื่อถือ ไม่พูดลวงโลก



๒๖. พระทนต์มี ๔๐ ซี่ – จัตตาฬีสะทันโต - เบื้องบน ๒๐ ซี่ เบื้องล่าง ๒๐ ซี่เสมอกัน

๒๗. พระทนต์มิได้ห่าง สนิทกันดี – อะวิระฬะทันโต



ผลในชาตินี้ พุทธบริษัทไม่แตกแยกกัน

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงละคำส่อเสียด เว้นขาดจากคำส่อเสียด ไม่พูดให้คนแตกร้าวกัน พูดสมานคนที่แตกร้าวให้สามัคคีกัน ยินดีในความพร้อมเพียงของหมู่ชน



๒๘. พระชิวหาอ่อน กว้าง ยาวกว่าชนทั้งปวง – ปหูตะชิโวห

๒๙. พระสุรเสียงไพเราะดุจเสียงท้าวมหาพรหม กระแสเสียงดุจเสียงนกการเวก – พรหมัสสะโร กะระวิกะภาณี



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงมีพระวาจาอันมหาชนเชื่อถือ

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงละคำหยาบ เว้นขาดจากคำหยาบ กล่าวแต่คำไม่มีโทษ ไพเราะหู ชวนให้รักจับใจ



๓๐. พระหนุ (คาง) ดุจคางราชสีห์ – สีหะหะนุ



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงไม่มีข้าศึกภายใน คือ ราคะ โทสะ โมหะ ไม่มีข้าศึกภายนอก ไม่ว่าสมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือ ใครๆ ในโลกกำจัดได้

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงละคำเพ้อเจ้อ เว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ พูดแต่คำจริง ถูกกาละ อิงอรรถ อิงธรรม อิงวินัย มีหลักฐาน มีประโยชน์ในกาลอันควร

๓๑. พระทนต์เรียงเรียบเสมอกัน – สะมะทันโต

๓๒. พระทาฐะ (เขี้ยว) ทั้ง ๔ ซี่ขาวบริสุทธิ์ รุ่งเรืองด้วยรัศมี – สุสุกกะทาโฐ



ผลในชาตินี้ พระพุทธองค์ทรงมีบริวารสะอาด คือกำจัดกิเลสซึ่งเป็นมลทินได้แล้ว

บุพพกรรมในภพชาติก่อน พระพุทธองค์ทรงเลี้ยงชีพด้วยสัมมาอาชีพ ละมิจฉาชีพ ๑๒ อย่างได้แก่ การโกงด้วยตาชั่ง การโกงด้วยของปลอม การโกงด้วยเครื่องตวงวัด การโกงด้วยการรับสินบน การหลอกลวง การตลบตะแลง การตัด การฆ่า การจองจำ การตีชิง การปล้น การกรรโชก

__________________
ตั้งกระทู้เมื่อ : 01 ก.พ. 2555,15:22   เข้าชม : 227 ครั้ง
แบ่งปัน     แนะนำบทความหรือเนื้อหาหน้านี้ลงใน Facebook
แบ่งปัน     แนะนำบทความหรือเนื้อหาหน้านี้ลงใน Facebook

แสดงความคิดเห็น เรื่อง : มหาปุริสลักษณะ 32 ประการ
ชื่อ
รายละเอียด
ผลลัพท์
 
 
 
กรุพระธาตุพนม การเดินทางไปพระธาตุพนม งานประจำปี งานพระธาตุพนม, ตํานานอุรังคธาตุ ที่พัก ที่พักในอำเภอธาตุพนม บต้องห่วงดอกอ้าย ประวัติ ประวัติจารึกวัดพระธาตุพนม ประวัติประเพณีไหลเรือฟ้า ประวัติพระธาตุพนม ประวัติสถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง ประวัติสถานที่ท่องเที่ยวของไทย ประเทศลาว พระธาตุนครพนม พระธาตุพนม พระสมเด็จกรุพระธาตุพนม พานบายศรี รำภู่ไท รูปพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร สมเด็จพระธาตุพนม อำเภอท่าอุเทน เซียมซีพระตุพนม แผนที่จ.นครพนม โรงเรียนพระปริยัติธรรม_วัดพระธาตุพนม โรงแรม ไหลเรือไฟ 2554 ไหลเรือไฟนครพนม_53

  


สนใจติดต่อลงโฆษณาติดต่อ คุณวีรภัทร  โทรศัพท์. 08-7003-7200 ทุกวัน
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537