|
พื้นที่แนะนำ
|
|
|
 |
|
|
หมวด »
วัฒนธรรมประเพณี »
วัฒนธรรม
|
บุญข้าวจี่ |
|
| ข้าวจี่ หมายถึงข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วนำมาปั้นเป็นก้อน แล้วเอาไปย่างไฟให้เหลือง วิธีทำข้าวจี่ ทำได้ดังนี้ เอาเกลือโรยข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วเพื่อให้ได้รสกลมกล่อม แล้วนำข้าวเหนียวนั้นมาปั้นเป็นก้อนให้แน่น วิธีปั้นข้าวเหนียวนั้นปั้นด้วยมือ จะปั้นให้เป็นรูปยาวรีหรือกลมก็ได้ เมื่อปั้นข้าวเหนียวเสร็จแล้วใช้ไม้ไผ่ที่เหลาไว้แล้วเสียบก้อนข้าวแล้วนำไปย่างไฟ ในขณะที่ย่างก็ต้องคอยหมุนให้ข้าวสุกสม่ำเสมอทุกด้าน เมื่อข้าวจวนจะสุกก็ทาไข่ให้ทั่วก้อนข้าว ไข่ที่นำมาทานั้นจะเป็นไข่ไก่หรือไข่เป็ดก็ได้ แต่ต้องตีไข่ขาวไข่แดงให้แตก เหยาะเกลือสักเล็กน้อยจึงนำมาทาข้าว หลังจากทาไข่แล้วต้องคอยหมุนไม้ย่างข้าวให้สุก เมื่อย่างข้าวสุกดีแล้วชาวบ้านบางคนจะดึงข้าวจี่ออกจากไม้ ทำให้ข้าวจี่มีรอยไม้เสียบอยู่ตรงกลาง ตรงรอยไม้เสียบนี้เองชาวบ้านนิยมเอาน้ำอ้อยหรือน้ำตาลก้อนใส่เข้าไปคล้ายกับใส้ขนมหวาน เสร็จแล้วนำข้าวจี่ใส่จานไปตักบาตรหรือนำไปถวายพระ ฉะนั้นบุญข้าวจี่ จึงหมายถึงการทำบุญด้วยการถวายก้อนข้าวที่ย่างสุกแล้วตามกรรมวิธีที่กล่าวไว้ข้างต้อน มูลเหตุแห่งการทำบุญข้าวจี่ บุญข้าวจี่ไม่ได้เป็นการทำบุญที่ใหญ่โตนัก แต่ถึงกระนั้นบุญข้าวจี่ก็มีจุดเด่นที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวอีสานในชนบท เมื่อถึงเดือนสามเป็นเวลาที่ชาวบ้านหมดภาระจากการทำงาน จึงร่วมกันทำข้าวจี่ถวายพระสงฆ์ ตำนานการทำบุญข้าวจี่นั้นมีเล่าว่า กระทำกันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล วันหนึ่งพระพุทธองค์เสด็จไปบิณฑบาตที่บ้านเศรษฐีปุณณ ขณะนั้นนางปุณณทาสี คนใช้ของเศรษฐีเจ้าของบ้านกำลังย่างข้าวเหนียวเพื่อรับประทานเอง ครั้นนางเห็นพระพุทธองค์ออกบิณฑบาต นางไม่มีปัจจัยสิ่งอื่นที่พอจะถวายได้จึงเอาข้าวย่างก้อนนั้นใส่บาตรแก่พระพุทธองค์ เมื่อนางใส่บาตรไปแล้วนางทาสีมีจิตพะวงว่าพระพุทธองค์จะไม่เสวยเพราะภัตตาหารที่นางถวายไม่ประณีต ข้าวย่างหรือข้าวจี่นั้นเป็นอาหารของชาวบ้านที่ค่อนข้างจะยากจน พระพุทธองค์ทรงทราบวาระจิตของนางจึงรับสั่งให้พระอานนท์ปูอาสนะลงตรงนั้นให้ศีลและฉันภัตตาหารของนาง เมื่อฉันเสร็จแล้วทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดนาง ทำให้นางปลื้มปิติและตั้งใจฟังธรรมจนบรรลุโสดาปัตติผล ครั้นนางตายไปได้เกิดบนสวรรค์ ด้วยอานิสงส์ของการให้ทานข้าวจี่ก้อนนั้น ดังนั้นชาวอีสานจึงมีความเชื่อว่าหากทำบุญด้วยข้าวจี่จะได้รับผลบุญมากหลาย เช่นเดียวกันกับนางปุณณทาสี การให้ทานด้วยก้อนข้าวจี่นั้นเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าความยากจนไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน |
|
|
คำค้นหา :
|
|
เขียนเมื่อ : 22 ก.ค. 2553,15:56
เข้าชม : 310 ครั้ง
แจ้งลบ
|
|
 |
วัฒนธรรมประเพณี » วัฒนธรรมอื่นๆที่น่าสนใจ |
 |
|
|
|
งานนมัสการพระธาตุพนม
งานนมัสการพระธาตุพนมเป็นประเพณีที่ถึอปฏิบัติต่อเนื่องกันมาแต่โบราณกาล จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ไรมาชาวพุทธในลุ่มแม่น้ำโขง เมื่อถึงเดือน 3 ข้างขึ้น |
|
|
|
พิธีเหยา
พิธีเหยาใหญ่หรือไหว้ครูหมอเหยาใหญ่ เป็นพิธีกรรมที่สำคัญพิธีหนึ่งของชาวกะเลิง ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล |
|
|
|
บุญข้าวประดับดินหรือบุญเดือนเก้า
การทำบุญข้าวประดับดิน เป็นประเพณีหนึ่งในฮีตสิบสอง นิยมทำกันในวันแรม 14 ค่ำ เดือนเก้า หรือที่เรียกว่า บุญเดือนเก้า บุญข้าวประดับดิน เป็นบุญที่ทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ เปรต |
|
|
|
ฮีตสิบสอง คลองสิบสี่
ฮีตสิบสองมาจากคำ 2 คำ คือ ฮีต กับ สิบสอง ฮีต มาจากคำว่า จารีต หมายถึงสิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกลายเป็นประเพณีที่ดีงาม ชาวอีสาน เรียกว่า จาฮีต หรือฮีต สิบสอง หมายถึง เดือนทั้ง 12 เดือน |
|
|
|
 |
|
 |
ร่วมทดแทนแผ่นดินเกิดกับธาตุพนมดอทคอมด้วยวิธีง่าย ๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลเพิ่มเติมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความหรือเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่
webmaster@thatphanom.com เราจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูล และลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติครับ |
|
|